Skip to main content

รถยนต์ระบบไฮบริดช่วยลดมลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสู้กับสถานการณ์ฝุ่นPM 2.5

             ล่าสุด เช้าวันนี้ (30 มกราคม 2562) มีรายงาน ภาวะมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐาน หรือ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เมื่อเวลา 04.00 น. พบเกินค่ามาตรฐานทั้งหมด 34 จุด โดยเฉพาะริมถนนพระราม 2 จ.สมุทรสาคร ที่บางช่วงเวลามีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานพุ่งสูงกว่า 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สูงกว่าที่กำหนดถึง 4 เท่า

หนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดปรากฏการณ์นี้ คือการเผาไหม้ของเครื่องยนต์อย่างไม่มีประสิทธิภาพ คงดีกว่า หากหลังจากนี้คนไทยจะเลือกใช้รถยนต์ที่ทำให้เกิดมลพิษน้อยที่สุด




           รถยนต์ระบบไฮบริดเป็นรถยนต์ผลิตมาเพื่อรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดมลพิษในอากาศอันเกิดจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า 120 กรัม ต่อ 1 กิโลเมตร เท่านั้น ยังเป็นรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดี อัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน 5 ลิตร/100 กม. หรือ น้ำมัน 1 ลิตรวิ่งได้ระยะทาง 20 กม. แถมยังเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก คล่องตัวเหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง กับความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,300 ซีซี สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน และไม่เกิน 1,400 ซีซี สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ราคาไม่สูงมากเหมาะกับหนุ่มสาววัยเริ่มทำงาน ก็สามารถเป็นเจ้าของได้

ประเด็นสำคัญที่อาจทำให้ผู้คนกล้าๆ กลัวๆ ยังไม่เลือกใช้รถยนต์ไฮบริด อาจจะเป็นเพราะกังวลเรื่องอายุของแบตเตอรี่ว่าจะใช้งานได้ยาวนานมากน้อยแค่ไหน และราคา แบตเตอรี่ รถยนต์ ไฮบริดที่ว่าแพงนักหนา รวมไปถึงวิธีการดูแลยากกว่าปกติหรือไม่

เรื่องนี้โตโยต้ามีคำตอบอยู่ที่ไฮบริดรุ่นล่าสุด Generation 4 ซึ่งถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของแบตเตอรี่ ที่เป็นแบตเตอรี่ไฮบริด Ni-MH (Nickel-Metal Hydride) ที่มีขนาดเล็กลง เก็บประจุไฟฟ้าได้เร็วขึ้น และสามารถจ่ายไฟให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมพัฒนาระบบระบายความร้อนใหม่ ช่วยให้ทนทานและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ส่วนความปลอดภัยอื่นๆ ที่พัฒนาขึ้นมาของแบตเตอรี่ตัวนี้ ได้แก่ การตัดไฟอัตโนมัติเมื่อมีการชนเกิดขึ้น ตัวแบตเตอรี่ไฮบริดเชื่อมต่อกับเซนเซอร์ที่ถุงลมนิรภัย ซึ่งเมื่อถุงลมนิรภัยทำงานด้านตัวแบตเตอรี่จะทำการตัดไฟอัตโนมัติ แบตเตอรี่นี้จะมีเบรกเกอร์เหมือนกับไฟในบ้าน ซึ่งเมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจรเบรกเกอร์ก็จะตัดลงมา มีตัววัดแรงเคลื่อนหรือโวลต์ของกระแสไฟ ซึ่งหากมีกระแสไฟออกมามากเกินไป ก็จะทำการตัดไฟอัตโนมัติ และตัวแบตเตอรี่ไฮบริดเองยังมีประกันนานถึง 10 ปี

               รถยนต์ระบบไฮบริดเป็นอีกทางเลือกที่พร้อมรองรับทุกการขับขี่ของผู้ใช้ ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยเรื่องของความประหยัด ความทนทาน และความปลอดภัยในการใช้งาน คุณยังได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยนะคะ

ขอบคุณข้อมูล thestandard.co/toyota-hybrid-car/

Comments

Popular posts from this blog

รถยนต์ไฮบริด คุ้มกับค่าดูแล แถมไม่แพงอย่างที่คิดแล้วนะ

            เมื่อพูดถึงรถยนต์ไฮบริดแล้ว หลายๆ คนอาจจะยังกังวลถึงระบบต่างๆ ที่มองแล้วเครื่องยนต์มีความซับซ้อนกว่ารถยนต์สันดาปภายใน ทำให้ยากแก่การดูแลและซ่อมบำรุงไหนจะกังวลเรื่อง  ราคา แบตเตอรี่ รถยนต์ ไฮบริด  ว่าแพงแต่วันนี้อยากอัพเดทให้ฟังว่าปัจจุบันรถยนต์ HYBRID ไม่แพงอย่างที่คิดแล้วนะคะ เพราะจากการสนับสนุนของรัฐบาล และการพัฒนาของเทคโนโลยีทำให้รถ HYBRID รุ่นใหม่ๆ มีราคารถยนต์, ค่าบำรุงรักษา และราคาขายต่อ แทบไม่ต่างจากเครื่องเบนซินเลย แต่ประหยัดน้ำมันกว่ากันเยอะเลยทีเดียว ทาง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จึงได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องเครื่องยนต์ระบบไฮบริด (ไฮบริด ฟอรั่ม)  เพื่อเป็นการให้ความรู้และเสริมทักษะในการซ่อมและบำรุงรักษารถยนต์ไฮบริดแก่อู่ที่ให้บริการซ่อมรถยนต์ทั่วไป เพื่อรองรับการให้บริการแก่ผู้ใช้รถยนต์ไฮบริดที่จะเพิ่มมากขึ้นต่อไปในอนาคต เมื่อเข้าใจระบบไฮบริดแล้ว การซ่อมบำรุงก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป           จากเสียงของช่างที่เข้าอบรมไฮบริด ฟอรั่ม ว่าก่อนหน้าที่จะได้เข้าอบรม หล...

4 ประเภทของรถประหยัดพลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม และแบ่งเบาค่าใช้จ่าย

             รถยนต์ได้กลายเป็นสินค้าจำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่ เห็นได้ชัดจากจำนวนรถยนต์ใหม่ที่จดทะเบียนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร และถึงแม่ว้าราคาน้ำมันจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ก็ไม่ได้ทำให้จำนวนรถยนต์ในเขตเมืองหลงลดลงเลย ด้วยจำนวนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ถูกมองว่าเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์รวมทั้งผู้บริโภคเริ่มหันมาสนใจ รถประหยัดพลังงาน   และเทรนด์การใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น โดยได้พัฒนารถประหยัดพลังงาน ต่างๆออกมาดังนี้ รถเล็กประหยัดพลังงาน (Eco-car)  เป็นรถยนต์ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา นอกจากจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและปล่อยไอเสียน้อยลงแล้ว ในกระบวนการผลิตก็ใช้วัตถุดิบและพลังงานน้อยกว่ารถทั่วไปอีกด้วย โดยรถยนต์ Eco-car มีอัตรากินน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่น้อยกว่า20 กม./ลิตร และต้องผ่านมาตรฐานไอเสียรถยนต์ยูโร 4 ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 120 กรัม/กม. (มาตรฐาน UN/ECE) รถพลังงานเชื้อเพลิงทางเลือก...

6 เทคนิคการขับรถยนต์เปลี่ยนรถคันโปรด ให้เป็นรถประหยัดน้ำมัน

               ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้อะไรๆก็ดูจะแพงไปเหมดตั้งแต่อาหารการกิน ของใช้ รวมไปถึงราคาน้ำมันด้วยแม้รถยนต์ใหม่ๆจะมีเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยทำให้การขับรถยนต์ของเราประหยัดน้ำมันได้มากยิ่งขึ้น แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่มีแผลนที่จะเปลี่ยนรถคันใหม่เป็นรถประหยัดน้ำมันตอนนี้ก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้มีเทคนิคการขับรถยนต์เปลี่ยนรถคันโปรด ให้เป็น รถประหยัดน้ำมัน มาฝากกันค่ะ 1) การสตาร์ทเครื่องยนต์  เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้ว ไม่จำเป็นต้องอุ่นเครื่องยนต์ขณะที่รถจอดอยู่กับที่เพราะการติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ 2 นาที สิ้นเปลืองน้ำมัน 40 ซีซี. 2) หลีกเลี่ยงการเร่งคันเร่งทันทีทันใดบ่อยๆ  การเร่งเครื่องยนต์ขณะเกียร์ว่าง 10 ครั้งส่งผลให้รถจักรยานยนต์สิ้นเปลืองน้ำมัน 15 ซีซี., รถปิคอัพ รถตู้ รถแวน สิ้นเปลืองน้ำมัน100 ซีซี. และรถบรรทุก สิ้นเปลืองน้ำมัน 300 ซีซี.หรือเรียกว่า การย่ำคันเร่ง บางคนชอบเร่งแล้วปล่อย ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมาก  3) สำรวจเส้นทางก่อนเสมอ  เป็นเรื่องง่ายๆ ที่อาจถูกละเลย เพราะหากคุณขับรถหลงทางไปมานั้นก็คือการที่เ...