Skip to main content

6 เทคนิคการขับรถยนต์เปลี่ยนรถคันโปรด ให้เป็นรถประหยัดน้ำมัน

               ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้อะไรๆก็ดูจะแพงไปเหมดตั้งแต่อาหารการกิน ของใช้ รวมไปถึงราคาน้ำมันด้วยแม้รถยนต์ใหม่ๆจะมีเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยทำให้การขับรถยนต์ของเราประหยัดน้ำมันได้มากยิ่งขึ้น แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่มีแผลนที่จะเปลี่ยนรถคันใหม่เป็นรถประหยัดน้ำมันตอนนี้ก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้มีเทคนิคการขับรถยนต์เปลี่ยนรถคันโปรด ให้เป็นรถประหยัดน้ำมันมาฝากกันค่ะ



1) การสตาร์ทเครื่องยนต์ เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้ว ไม่จำเป็นต้องอุ่นเครื่องยนต์ขณะที่รถจอดอยู่กับที่เพราะการติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ 2 นาที สิ้นเปลืองน้ำมัน 40 ซีซี.

2) หลีกเลี่ยงการเร่งคันเร่งทันทีทันใดบ่อยๆ การเร่งเครื่องยนต์ขณะเกียร์ว่าง 10 ครั้งส่งผลให้รถจักรยานยนต์สิ้นเปลืองน้ำมัน 15 ซีซี., รถปิคอัพ รถตู้ รถแวน สิ้นเปลืองน้ำมัน100 ซีซี. และรถบรรทุก สิ้นเปลืองน้ำมัน 300 ซีซี.หรือเรียกว่า การย่ำคันเร่ง บางคนชอบเร่งแล้วปล่อย ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมาก 

3) สำรวจเส้นทางก่อนเสมอ เป็นเรื่องง่ายๆ ที่อาจถูกละเลย เพราะหากคุณขับรถหลงทางไปมานั้นก็คือการที่เราเสียทั้งเวลาและน้ำมันไปเปล่าๆ การศึกษาเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยก่อนเสมอจึงเป็นวิธีที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้

4) บรรทุกเท่าที่จำเป็น น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นก็ยิ่งทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้นเนื่องจากการที่ต้องแบกน้ำหนัก และเครื่องยนต์นั้นต้องทำงานหนักขึ้นนั้นเอง สิ่งของใดๆ ที่ไม่จำเป็นเราจึงควรนำออกจากรถ ถือเป็นอีกวิธีง่ายๆ ที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้ดี

5) ดับเครื่องทุกครั้งที่ต้องจอดรถนานๆ หรือการจอดรถคอย หรือการจอดรถเพื่อขนสัมภาระต่างๆ เป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ ทั้งยังเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

6) หมั่นตรวจเช็คลมยางรถยนต์ เพราะลมยางรถยนต์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานกำหนดจะส่งผลเสียไม่ใช่แค่เรื่องความปลอดภัย ยังส่งผลทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้นอีกด้วย

ก็เป็นเทคนิคที่สามารถเริ่มต้นทำได้ตั้งแต่ตอนนี้เลยนะคะ เพื่อให้รถคนโปรดของเรากลายเป็นรถประหยัดน้ำมัน แถมยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้ด้วย ที่สำคัญอย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งและขับขี่อย่างปลอดภัยกันด้วยนะคะ

Comments

Popular posts from this blog

4 ประเภทของรถประหยัดพลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม และแบ่งเบาค่าใช้จ่าย

             รถยนต์ได้กลายเป็นสินค้าจำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่ เห็นได้ชัดจากจำนวนรถยนต์ใหม่ที่จดทะเบียนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร และถึงแม่ว้าราคาน้ำมันจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ก็ไม่ได้ทำให้จำนวนรถยนต์ในเขตเมืองหลงลดลงเลย ด้วยจำนวนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ถูกมองว่าเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์รวมทั้งผู้บริโภคเริ่มหันมาสนใจ รถประหยัดพลังงาน   และเทรนด์การใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น โดยได้พัฒนารถประหยัดพลังงาน ต่างๆออกมาดังนี้ รถเล็กประหยัดพลังงาน (Eco-car)  เป็นรถยนต์ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา นอกจากจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและปล่อยไอเสียน้อยลงแล้ว ในกระบวนการผลิตก็ใช้วัตถุดิบและพลังงานน้อยกว่ารถทั่วไปอีกด้วย โดยรถยนต์ Eco-car มีอัตรากินน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่น้อยกว่า20 กม./ลิตร และต้องผ่านมาตรฐานไอเสียรถยนต์ยูโร 4 ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 120 กรัม/กม. (มาตรฐาน UN/ECE) รถพลังงานเชื้อเพลิงทางเลือก...

คุณสมบัติของรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (ECO Car)

              หลายคนอาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับคำว่า Eco car ว่าเป็นรถที่ราคาถูกเหมาะกับคนรายได้น้อย แต่จริงๆแล้ว Eco car มาจากศัพท์คำว่า Ecology Car ซึ่งหมายถึง  รถประหยัดพลังงาน ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ซึ่งในส่วนของประเทศไทยได้ใช้ข้อกำหนดตามมาตรฐานของยุโรปทั้งในส่วนของ Euro4 ซึ่งกล่าวถึงเรื่องมลพิษ และ UNECE94-95 กล่าวถึงเรื่องความปลอดภัย รวมถึง Global standard Eco car ที่กำหนดในเรื่องของอัตรการสิ้นเปลืองน้ำมันต่อลิตร จากมาตรฐานที่กล่าวมาทำเราจะเห็นได้ว่า Eco Car เป็นรถที่ถือว่ามีมาตรฐานการผลิตที่สูงมากนั่นเอง แต่ส่วนที่ราคารถถูกลงเพราะได้รับการยกเว้นภาษีอย่างมาก ทั้งในส่วนของอะไหล่ เครื่องจักร และวัสดุที่ต้องนำเข้า สรรพสามิต อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในเรื่องการลงทุนต่างๆ เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ เป็นต้น แต่ต้องผ่านมาตราฐานสากล หรือรถอีโคอาร์ (ECO Car) มีทั้งหมด 4 ข้อจะได้รับประโยชน์ทางภาษีโดยภาษีสรรพามิตรของอีโคคาร นั้นคือ 17% 4 คุณสมบัติ ของรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ( ECO Technology ) ...