Skip to main content

ซื้อรถมือสองต้องซื้อรถบ้านดีกว่ารถเต็นท์ จริงไหม?

ต้องการซื้อรถบ้าน

          ใครที่กำลังมองหารถมือสองสักคัน เคยสงสัยกันไหมคะว่ารถเต็นท์หรือรถบ้านดี? ก็ในเมื่อเป็นรถมือสองเหมือนกันนี่นา คนส่วนใหญ่มักจะมองว่ารถมือสองจาก เต๊นท์รถต้องเป็นรถย้อมแมว และกลัวว่าจะได้รถไม่ดีไปใช้ จึงต้องการซื้อรถบ้านที่เจ้าของขายเองมากขึ้น โดยให้เหตุผลว่ายังไงก็สามารถที่จะคุยกับเจ้าของรถ สอบถามประวัติรถได้ ซึ่งในความเป็นจริงการซื้อรถมือสองทั้ง2กรณีมีข้อแตกต่างกันอยู่ ที่สามารถนำมาเปรียบเทียบบกันได้อยู่ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

1.ประวัติของรถยนต์
รถบ้าน ทราบที่มาของรถ ประวัติรถรวมถึงการดูแลรักษา ได้พบปะพูดคุยกับเจ้าของรถยนต์ที่แท้จริง
รถเต็นท์ รู้แต่ชื่อว่าชื่ออะไรเท่านั้น ไม่ทราบประวัติรถ ที่มาของรถ

2.ราคารถยนต์
รถบ้าน ราคาโดยส่วนใหญ่จะราคาขายถูกกว่าเต็นท์รถมือสองขาย เพราะว่าไม่มีต้นทุนในการขาย
รถเต็นท์ ราคาขายรถจะต้องขายโดยบวกต้นทุนค่าเช่า ค่าใช้จ่ายต่างๆ จึงทำให้ขายในราคาสูงกว่ารถบ้าน

3.ด้านสินเชื่อรถยนต์/ไฟแนนซ์
รถบ้าน หากต้องการซื้อรถบ้านด้วยเงินผ่อนจะยุ่งยาก เพราะต้องติดต่อสถาบันการเงินเอง และใช้เวลาร่วม 10 กว่าวัน และดอกเบี้ยอาจจะสูงกว่ารถเต็นท์
รถเต็นท์ มีบริการเงินผ่อน ซึ่งสะดวกสบายสำหรับคนที่ต้องการซื้อรถมือสองแต่ไม่มีเงินสดในมือ นอกจากจะผ่อนได้ยังมีบริการอำนวยความสะดวกทั้งการติดต่อสถาบันการเงินให้

4.สภาพรถ
รถบ้าน รถจะขายตามสภาพ เจ้าของมักจะไม่ลงทุนซ่อมแซมหรือทำสีใหม่ เพราะไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายเหล่านั้นเพิ่ม ทำให้ผู้ซื้อแม้ว่าจะได้รถมาในราคาถูก ก็ต้องซ่อมหรืออัพโฉมให้สวยขึ้นเอง
รถเต็นท์ รถมีสภาพพร้อมใช้ เพราะผ่านการปรับสภาพมาแล้ว แม้จะเป็นแบบประหยัดก็ตาม รวมทั้งยังได้รถสะอาด ทั้งภายนอกและภายใน

5.การรับประกัน
รถบ้าน ไม่มีการรับประกัน ซื้อแล้วซื้อเลยถ้าเสียก็ไปซ่อมเอาเอง
รถเต็นท์ บางเต็นท์มีประกันมีประกันให้ ถ้ามีปัญหาภายใน 7 วันหรือ 1 เดือน มีบริการซ่อมฟรี

          สุดท้ายนี้คำถามที่หลายๆคนตั้งคำถามว่า รถบ้านดีกว่ารถเต๊นท์จริงหรือ จริงๆมันก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไปอยู่ที่ใครจะชแบแบบไหน ซึ่งการที่เราจะเลือกซื้อรถมือสองสภาพดีๆสักคัน อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับแหล่งที่มาว่าเป็นรถบ้านหรือรถเต็นท์ แต่อาจจะเป็นการที่เราตรวจเช็คสภาพรถให้ละเอียด และใจเย็น ว่าสภาพรถเหมาะสมกับราคาที่เราต้องจ่ายไปหรือไม่มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นรถบ้านหรือรถเต็นท์ หากรู้จักวิธีดูรถ เช็คสภาพรถอย่างละเอียดเราจะได้รถมือสองสภาพถูกใจไปใช้แน่นอนค่ะ

Comments

Popular posts from this blog

4 ประเภทของรถประหยัดพลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม และแบ่งเบาค่าใช้จ่าย

             รถยนต์ได้กลายเป็นสินค้าจำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่ เห็นได้ชัดจากจำนวนรถยนต์ใหม่ที่จดทะเบียนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร และถึงแม่ว้าราคาน้ำมันจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ก็ไม่ได้ทำให้จำนวนรถยนต์ในเขตเมืองหลงลดลงเลย ด้วยจำนวนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ถูกมองว่าเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์รวมทั้งผู้บริโภคเริ่มหันมาสนใจ รถประหยัดพลังงาน   และเทรนด์การใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น โดยได้พัฒนารถประหยัดพลังงาน ต่างๆออกมาดังนี้ รถเล็กประหยัดพลังงาน (Eco-car)  เป็นรถยนต์ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา นอกจากจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและปล่อยไอเสียน้อยลงแล้ว ในกระบวนการผลิตก็ใช้วัตถุดิบและพลังงานน้อยกว่ารถทั่วไปอีกด้วย โดยรถยนต์ Eco-car มีอัตรากินน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่น้อยกว่า20 กม./ลิตร และต้องผ่านมาตรฐานไอเสียรถยนต์ยูโร 4 ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 120 กรัม/กม. (มาตรฐาน UN/ECE) รถพลังงานเชื้อเพลิงทางเลือก...

คุณสมบัติของรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (ECO Car)

              หลายคนอาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับคำว่า Eco car ว่าเป็นรถที่ราคาถูกเหมาะกับคนรายได้น้อย แต่จริงๆแล้ว Eco car มาจากศัพท์คำว่า Ecology Car ซึ่งหมายถึง  รถประหยัดพลังงาน ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ซึ่งในส่วนของประเทศไทยได้ใช้ข้อกำหนดตามมาตรฐานของยุโรปทั้งในส่วนของ Euro4 ซึ่งกล่าวถึงเรื่องมลพิษ และ UNECE94-95 กล่าวถึงเรื่องความปลอดภัย รวมถึง Global standard Eco car ที่กำหนดในเรื่องของอัตรการสิ้นเปลืองน้ำมันต่อลิตร จากมาตรฐานที่กล่าวมาทำเราจะเห็นได้ว่า Eco Car เป็นรถที่ถือว่ามีมาตรฐานการผลิตที่สูงมากนั่นเอง แต่ส่วนที่ราคารถถูกลงเพราะได้รับการยกเว้นภาษีอย่างมาก ทั้งในส่วนของอะไหล่ เครื่องจักร และวัสดุที่ต้องนำเข้า สรรพสามิต อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในเรื่องการลงทุนต่างๆ เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ เป็นต้น แต่ต้องผ่านมาตราฐานสากล หรือรถอีโคอาร์ (ECO Car) มีทั้งหมด 4 ข้อจะได้รับประโยชน์ทางภาษีโดยภาษีสรรพามิตรของอีโคคาร นั้นคือ 17% 4 คุณสมบัติ ของรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ( ECO Technology ) ...

6 เทคนิคการขับรถยนต์เปลี่ยนรถคันโปรด ให้เป็นรถประหยัดน้ำมัน

               ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้อะไรๆก็ดูจะแพงไปเหมดตั้งแต่อาหารการกิน ของใช้ รวมไปถึงราคาน้ำมันด้วยแม้รถยนต์ใหม่ๆจะมีเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยทำให้การขับรถยนต์ของเราประหยัดน้ำมันได้มากยิ่งขึ้น แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่มีแผลนที่จะเปลี่ยนรถคันใหม่เป็นรถประหยัดน้ำมันตอนนี้ก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้มีเทคนิคการขับรถยนต์เปลี่ยนรถคันโปรด ให้เป็น รถประหยัดน้ำมัน มาฝากกันค่ะ 1) การสตาร์ทเครื่องยนต์  เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้ว ไม่จำเป็นต้องอุ่นเครื่องยนต์ขณะที่รถจอดอยู่กับที่เพราะการติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ 2 นาที สิ้นเปลืองน้ำมัน 40 ซีซี. 2) หลีกเลี่ยงการเร่งคันเร่งทันทีทันใดบ่อยๆ  การเร่งเครื่องยนต์ขณะเกียร์ว่าง 10 ครั้งส่งผลให้รถจักรยานยนต์สิ้นเปลืองน้ำมัน 15 ซีซี., รถปิคอัพ รถตู้ รถแวน สิ้นเปลืองน้ำมัน100 ซีซี. และรถบรรทุก สิ้นเปลืองน้ำมัน 300 ซีซี.หรือเรียกว่า การย่ำคันเร่ง บางคนชอบเร่งแล้วปล่อย ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมาก  3) สำรวจเส้นทางก่อนเสมอ  เป็นเรื่องง่ายๆ ที่อาจถูกละเลย เพราะหากคุณขับรถหลงทางไปมานั้นก็คือการที่เ...