Skip to main content

รู้ก่อนประมูล ตามหาแหล่งที่มาของรถประมูลว่ามาจากที่ไหนบ้าง?

              การประมูลรถยนต์ก็เหมือนกับการประมูลสิ่งของอื่น ๆ ซึ่งการประมูลรถยนต์นั้น จะมีรถประมูลราคาถูก หลากหลายรุ่น หลากหลายค่าย ทั้งเก่าและใหม่ มาให้ผู้ประมูลได้เลือกประมูลแข่งกันเสนอราคาให้มากที่สุดเท่าที่จะให้ได้ต่อรถคันนั้น เพื่อที่จะได้รถที่ต้องการมาครอบครอง แต่ก่อนจะประมูลรถนั้น สิ่งที่จำเป็นต้องรู้อีกอย่างหนึ่งก็คือ แหล่งที่มาของรถว่ามีที่มาที่ไปยังไงก่อนที่จะนำมาประมูล ไปดูกันเลยค่ะ

ต้องการซื้อรถบ้าน

1.จากสถาบันทางการเงิน
ตามปกติแล้วรถประมูลราคาถูกโดยส่วนใหญ่จะมาจากรถยนต์ที่ถูกยึดโดยสถาบันการเงินต่างๆ ซึ่งมาจากผู้ซื้อนั้นจงใจไม่ผ่อนชำระหรืออาจจะประสบสภาพคล่องทางการเงิน เกินกว่า 4 เดือน ทำให้ไฟแนนซ์ยึดรถมาขายทอดตลาด

2.รถอุบัติเหตุ
ในบางกรณีบริษัทประกันก็เข้ามามีเอี่ยวในการประมูลรถยนต์บ้าง โดยจะนำรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุมาประมูลซาก หรือประมูลรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ รถประเภทนี้ สำหรับคนทั่วไปไม่ค่อยจะแนะนำให้ซื้อสักเท่าไรนะคะ แต่ถ้ามีอู่ที่ไว้ใจได้หรืออยากจะนำไปซ่อมก็สามารถทำได้ เพียงแค่ต้องมีงบพอที่จะเปลี่ยนอะไหล่ด้วยนะคะ

3.รถบ้าน
รถบ้านคือรถที่เจ้าของรถขายเอง ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการณ์รถยนต์มือสองหรือเต้นท์เป็นการซื้อขายโดยตรง สำหรับคนที่ต้องการซื้อรถบ้าน สามารถติดต่อกับเจ้าของรถ คนรู้จัก หรือผ่านอินเตอร์เน็ตอย่างเว็บไซต์เกี่ยวกับการประมูลรถยนต์ได้ เมื่อเจ้าของรถขายเอง ราคารถก็ตั้งตามที่ต้องการที่เจ้าของรถคิดว่ารถตัวเองควรอยู่ในราคาประมาณเท่าไร เช่นเดียวกับผู้ซื้อ ที่ไม่ต้องผ่านการบวกจากเต้นท์เพื่อเอากำไร

4.รถปลดระวางจากบริษัทหรือราชการ
ซึ่งรถประเภทนี้จะเป็นรถที่ผ่านการดูแลมาค่อนข้างดี แต่บางคันก็ใช้งานหนักมาเหมือนกัน ดูเรื่องเครื่องยนต์ให้ดีๆส่วนเรื่องตัวถังนั้นสามารถไว้ใจได้แน่นอน

ในการประมูลรถนั้นจำเป็นต้องมีความรู้เรื่องเครื่องยนต์ อุปกรณ์ต่างๆ อะไหล่ ดีพอสมควร เพราะรถพวกนี้เค้าประมูลกันตามสภาพแบบ ตาดีได้ตาร้ายเสีย คิดดูดีๆก่อนจะไปประมูลรถมาใช้นะคะ และควรศึกษาเรื่องราคามาให้ดีง่าไม่ควรเกินเท่าไรไม่งั้นประมูลไปประมูลมาอาจจะซื้อรถคันนั้นในราคาที่แพงกว่าท้องตลาดก็เป็นได้นะคะ

Comments

Popular posts from this blog

4 ประเภทของรถประหยัดพลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม และแบ่งเบาค่าใช้จ่าย

             รถยนต์ได้กลายเป็นสินค้าจำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่ เห็นได้ชัดจากจำนวนรถยนต์ใหม่ที่จดทะเบียนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร และถึงแม่ว้าราคาน้ำมันจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ก็ไม่ได้ทำให้จำนวนรถยนต์ในเขตเมืองหลงลดลงเลย ด้วยจำนวนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ถูกมองว่าเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์รวมทั้งผู้บริโภคเริ่มหันมาสนใจ รถประหยัดพลังงาน   และเทรนด์การใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น โดยได้พัฒนารถประหยัดพลังงาน ต่างๆออกมาดังนี้ รถเล็กประหยัดพลังงาน (Eco-car)  เป็นรถยนต์ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา นอกจากจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและปล่อยไอเสียน้อยลงแล้ว ในกระบวนการผลิตก็ใช้วัตถุดิบและพลังงานน้อยกว่ารถทั่วไปอีกด้วย โดยรถยนต์ Eco-car มีอัตรากินน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่น้อยกว่า20 กม./ลิตร และต้องผ่านมาตรฐานไอเสียรถยนต์ยูโร 4 ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 120 กรัม/กม. (มาตรฐาน UN/ECE) รถพลังงานเชื้อเพลิงทางเลือก...

คุณสมบัติของรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (ECO Car)

              หลายคนอาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับคำว่า Eco car ว่าเป็นรถที่ราคาถูกเหมาะกับคนรายได้น้อย แต่จริงๆแล้ว Eco car มาจากศัพท์คำว่า Ecology Car ซึ่งหมายถึง  รถประหยัดพลังงาน ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ซึ่งในส่วนของประเทศไทยได้ใช้ข้อกำหนดตามมาตรฐานของยุโรปทั้งในส่วนของ Euro4 ซึ่งกล่าวถึงเรื่องมลพิษ และ UNECE94-95 กล่าวถึงเรื่องความปลอดภัย รวมถึง Global standard Eco car ที่กำหนดในเรื่องของอัตรการสิ้นเปลืองน้ำมันต่อลิตร จากมาตรฐานที่กล่าวมาทำเราจะเห็นได้ว่า Eco Car เป็นรถที่ถือว่ามีมาตรฐานการผลิตที่สูงมากนั่นเอง แต่ส่วนที่ราคารถถูกลงเพราะได้รับการยกเว้นภาษีอย่างมาก ทั้งในส่วนของอะไหล่ เครื่องจักร และวัสดุที่ต้องนำเข้า สรรพสามิต อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในเรื่องการลงทุนต่างๆ เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ เป็นต้น แต่ต้องผ่านมาตราฐานสากล หรือรถอีโคอาร์ (ECO Car) มีทั้งหมด 4 ข้อจะได้รับประโยชน์ทางภาษีโดยภาษีสรรพามิตรของอีโคคาร นั้นคือ 17% 4 คุณสมบัติ ของรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ( ECO Technology ) ...

6 เทคนิคการขับรถยนต์เปลี่ยนรถคันโปรด ให้เป็นรถประหยัดน้ำมัน

               ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้อะไรๆก็ดูจะแพงไปเหมดตั้งแต่อาหารการกิน ของใช้ รวมไปถึงราคาน้ำมันด้วยแม้รถยนต์ใหม่ๆจะมีเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยทำให้การขับรถยนต์ของเราประหยัดน้ำมันได้มากยิ่งขึ้น แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่มีแผลนที่จะเปลี่ยนรถคันใหม่เป็นรถประหยัดน้ำมันตอนนี้ก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้มีเทคนิคการขับรถยนต์เปลี่ยนรถคันโปรด ให้เป็น รถประหยัดน้ำมัน มาฝากกันค่ะ 1) การสตาร์ทเครื่องยนต์  เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้ว ไม่จำเป็นต้องอุ่นเครื่องยนต์ขณะที่รถจอดอยู่กับที่เพราะการติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ 2 นาที สิ้นเปลืองน้ำมัน 40 ซีซี. 2) หลีกเลี่ยงการเร่งคันเร่งทันทีทันใดบ่อยๆ  การเร่งเครื่องยนต์ขณะเกียร์ว่าง 10 ครั้งส่งผลให้รถจักรยานยนต์สิ้นเปลืองน้ำมัน 15 ซีซี., รถปิคอัพ รถตู้ รถแวน สิ้นเปลืองน้ำมัน100 ซีซี. และรถบรรทุก สิ้นเปลืองน้ำมัน 300 ซีซี.หรือเรียกว่า การย่ำคันเร่ง บางคนชอบเร่งแล้วปล่อย ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมาก  3) สำรวจเส้นทางก่อนเสมอ  เป็นเรื่องง่ายๆ ที่อาจถูกละเลย เพราะหากคุณขับรถหลงทางไปมานั้นก็คือการที่เ...